top of page

เจาะรหัสลับบนเนื้อเหล็ก! วิธีอ่านค่าสัญลักษณ์ให้เป็น... หมดปัญหาโดนย้อมแมว

  • Writer: CJ Metallic
    CJ Metallic
  • 17 hours ago
  • 2 min read
เจาะรหัสลับบนเนื้อเหล็ก วิธีอ่านสัญลักษณ์เหล็กเส้นและเหล็กกล่อง ป้องกันเหล็กเบา

หลายคนทราบกันดีว่าการเลือกซื้อเหล็กก่อสร้างต้องดูที่ "มาตรฐาน มอก." และป้ายรายละเอียดสินค้า (Tag) แต่คุณรู้หรือไม่ครับว่า? บน "เนื้อเหล็ก" ทุกเส้น ยังมี "รหัสลับ" ที่เปรียบเสมือนบัตรประชาชนของเหล็กซ่อนอยู่ด้วย!

รหัสเหล่านี้คือสิ่งเดียวที่จะยืนยันได้ว่า เหล็กเส้นที่คุณกำลังจะเทปูนทับลงไป เป็นของแท้เต็มสเปค หรือเป็นเหล็กเบาที่แอบย้อมแมวมา วันนี้ CJ Metallic จะพามาแกะรหัสลับเหล่านี้กันแบบทีละตัว ทั้งเหล็กเส้นและเหล็กกล่อง อ่านจบแล้วคุณจะเดินเข้าไซต์งานได้อย่างมั่นใจแน่นอนครับ

1. วิธีอ่านรหัสบน "เหล็กเส้น" (เหล็กกลมและข้ออ้อย)

สำหรับเหล็กเส้นก่อสร้างมาตรฐาน (ทั้งเหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย) จะต้องมี "ตัวอักษรนูน" (Rolling Mark) ปั๊มอยู่บนผิวเหล็กตลอดความยาวเส้น (มักจะเจอทุกๆ ระยะประมาณ 1 เมตร)

เวลาเช็กของ ให้ก้มลงดูที่ผิวเหล็ก แล้วหา 4 จุดสำคัญ ดังนี้ครับ


วิธีอ่านตัวนูนบนเหล็กเส้น Rolling Mark บอกชื่อผู้ผลิต ขนาด และเกรดเหล็ก

จุดที่ 1 ชื่อผู้ผลิต (Manufacturer)

ต้องระบุเป็น โลโก้ หรือ ตัวย่อภาษาอังกฤษ ของโรงงานผู้ผลิตอย่างชัดเจน (เช่น WCB, TATA, BSBM ฯลฯ) เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครเป็นคนผลิต


จุดที่ 2 ขนาดหน้าตัด (Size)

ระบุชนิดและขนาดความหนาของเหล็ก โดยใช้รหัสตัวย่อ

  • RB = เหล็กเส้นกลม (Round Bar) ตามด้วยขนาด เช่น RB9 (เหล็กกลม 9 มม.)

  • DB = เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar) ตามด้วยขนาด เช่น DB12 (ข้ออ้อย 12 มม.), DB16, DB25


จุดที่ 3 ชั้นคุณภาพ (Grade) สำคัญมาก!

ตัวเลขชุดนี้จะบอก "ความแข็งแกร่ง" หรือการรับแรงดึงของเหล็กครับ

  • เหล็กเส้นกลม ต้องระบุเป็นเกรด SR24

  • เหล็กข้ออ้อย มาตรฐานงานสร้างบ้านทั่วไปคือ SD40 (หรือบางงานอาคารสูงอาจใช้ SD50)


จุดที่ 4 กรรมวิธีการผลิต (Process)

เป็นรหัสที่บอกเทคนิคการผลิตเหล็ก (อาจมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับโรงงาน) ที่พบบ่อยคือ

  • EF (Electric Arc Furnace) ผลิตจากเตาหลอมไฟฟ้า

  • T (Tempcore) หมายถึงเหล็กที่ผ่านกระบวนการชุบแข็งด้วยความร้อน (Heat Treatment) ทำให้เหล็กมีความแข็งแกร่งที่ผิวและเหนียวที่แกนกลาง ดัดโค้งได้ดี

2. วิธีอ่านรหัสบน "เหล็กกล่อง / เหล็กรูปพรรณ"

สำหรับเหล็กกล่อง (หรือเหล็กแป๊บ) จะไม่ได้ใช้ตัวนูน แต่จะใช้การ "พ่นหมึก" (Inkjet Marking) ที่ด้านข้างของท่อเหล็กครับ ข้อมูลจะละเอียดกว่าเหล็กเส้นเล็กน้อย โดยต้องไล่ดูตามสูตรนี้

การอ่านรหัสพ่นหมึก Inkjet บนเหล็กกล่อง มาตรฐาน มอก. ระบุความหนาและเกรด

สูตรการอ่าน : Brand |  มอก. |  เกรด |  ขนาด |  ความหนา

  1. ยี่ห้อ (Brand) : ชื่อแบรนด์สินค้า

  2. มาตรฐาน (Standard) : ต้องระบุเลข มอก. ให้ตรงรุ่น เช่น มอก. 107 (สำหรับท่อเหล็กกลม/เหล็กกล่องงานโครงสร้าง)

  3. เกรดเหล็ก (Grade) : รหัสทางวิศวกรรม เช่น STKR400 หรือ SS400

  4. ขนาดหน้าตัด (Dimension) : กว้าง x ยาว เช่น 50 x 50 (หน่วยมิลลิเมตร)

  5. ความหนา (Thickness) : เช่น 3.20 mm.

เหล็ก มอก. "ขนาด" บวกลบได้เท่าไหร่? (Size Tolerance)

เรื่องนี้สำคัญมากครับ! เพราะคำว่า "เหล็กเต็ม" ไม่ได้แปลว่าต้องเป๊ะ 100% เสมอไป มาตรฐาน มอก. ยอมให้มี "ความคลาดเคลื่อน (Tolerance)" ได้เล็กน้อยตามกฎหมาย โดยแบ่งเกณฑ์ตามประเภทเหล็กดังนี้


1. เหล็กเส้นกลม (RB) - มอก. 20-2559

สำหรับเหล็กเส้นกลม ผิวเรียบ

  • ขนาด วัดเส้นผ่านศูนย์กลาง ยอมให้บวกลบได้ ±0.40 มม. (สำหรับขนาด 6-15 มม.)

  • น้ำหนัก

    • RB6 ยอมให้บวกลบได้ ±10%

    • RB9 ขึ้นไป ยอมให้บวกลบได้ ±6%


2. เหล็กข้ออ้อย (DB) - มอก. 24-2559

เนื่องจากมีบั้ง ผิวไม่เรียบ กฎหมายให้ดูที่ "น้ำหนักชั่งจริง" เป็นหลักครับ

  • DB 10 - DB 12 น้ำหนักต้องไม่ขาดเกิน ±6%

  • DB 16 - DB 28 น้ำหนักต้องไม่ขาดเกิน ±5%

  • DB 32 ขึ้นไป น้ำหนักต้องไม่ขาดเกิน ±4%

ทริค: ถ้าชั่งกิโลแล้วน้ำหนักหายไปเกินเกณฑ์นี้ แสดงว่าเป็นเหล็กเบา (ไม่เต็ม) ครับ


3. เหล็กกล่อง & ท่อกลม (มอก. 107-2561)

กฎหมายจะควบคุม "มิติภายนอก" แต่เกณฑ์จะต่างกันตามรูปทรงครับ

  • เหล็กกล่อง (สี่เหลี่ยม)

    • ขนาด ≤ 100 มม. (เช่น 4x4 นิ้ว ลงมา) บวกลบได้ ±1.50 มม.

    • ขนาด > 100 มม. บวกลบได้ ±1.5%

  • ท่อกลม (ท่อดำ) เกณฑ์เข้มงวดกว่า!

    • ขนาด < 50 มม. (เช่น 1 นิ้วครึ่ง ลงมา) บวกลบได้เพียง ±0.50 มม.

    • ขนาด ≥ 50 มม. บวกลบได้ ±1%


4. เหล็กตัวซี (Lip Channel) - มอก. 1228-2561

วัดที่ความสูง (H) ของตัวซีเป็นหลัก

  • ขนาดเล็ก (H น้อยกว่า 150 มม.) ยอมให้บวกลบได้ ±1.50 มม.

  • ขนาดกลาง (H 150 - 300 มม.) ยอมให้บวกลบได้ ±2.00 มม.

  • ขนาดใหญ่ (H เกิน 300 มม.) ยอมให้บวกลบได้ ±3.00 มม.


สรุป การพกเวอร์เนียร์ไปวัดขนาดหน้าตัดหน้างาน จะช่วยคัดกรองเหล็กเบื้องต้นได้ครับ โดยเฉพาะ "ท่อกลม" ต้องระวังเป็นพิเศษเพราะยอมให้คลาดเคลื่อนได้น้อยมาก ถ้าขนาดเพี้ยนไปเยอะ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าอาจไม่ใช่เหล็กเต็มครับ!

สัญญาณอันตราย แบบไหนคือ "เหล็กไม่เต็ม"?

หากคุณไปเดินตรวจหน้างานแล้วพบลักษณะเหล่านี้

  1. เหล็กเส้น ผิวเรียบเกลี้ยง ไม่มีตัวอักษรนูน บอกรายละเอียดอะไรเลย หรือตัวหนังสือเลือนลางจนอ่านไม่ออก

  2. เหล็กกล่อง ด้านข้างโล่งสะอาด ไม่มีหมึกพ่น บอกยี่ห้อ หรือไม่ระบุความหนาให้ชัดเจน

ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยครับว่าเป็น "เหล็กไม่เต็ม" หรือ "เหล็กเบา" การนำมาใช้รับน้ำหนักโครงสร้างบ้านถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก แนะนำให้ปฏิเสธการรับสินค้าทันที

บทสรุป

การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บนเนื้อเหล็ก คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้บ้านของคุณแข็งแรง ปลอดภัย และคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ หากคุณกำลังมองหาเหล็กก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน มีรหัสครบ ตรวจสอบได้ทุกเส้น CJ Metallic ยินดีให้คำปรึกษาและบริการครับ 

หากคุณกำลังมองหาเหล็ก มอก. ติดต่อขอใบเสนอราคา #CJmetallic

📌 รามคำแหง  : 02-378-8225

📌 สาขาลำสาลี  : 02-731-7185

📌 สาขาเทพารักษ์  : 02-752-5449

📌 สาขาชลบุรี  : 038-457-222

📌 สาขาอรัญประเทศ  : 037-550-400

📱 ID Line : @CJmetallic

👉🏻 Tiktok : @CJmetallic


Comments


bottom of page